เตรียมประกาศโรค’โควิด-19’เป็นโรคติดต่ออันตราย ประสานกระทรวงต่างประเทศดูแลคนไทยติดเชื้อในญี่ปุ่น

รายงานข่าวกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)
ประจำวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563

1.สถานการณ์ ถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563
1. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรักษาในโรงพยาบาล 18 ราย กลับบ้านแล้ว 17 ราย รวมสะสม 35 ราย
2. ผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนโรคต้องเฝ้าระวัง ตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม – 19 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ป่วยเข้าเกณฑ์สอบสวนต้องเฝ้าระวังสะสมทั้งหมด 1,052 ราย คัดกรองจากสนามบิน 58 ราย มารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอง 994 ราย อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 861 ราย ส่วนใหญ่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล ยังคงรักษาในโรงพยาบาล 191 ราย
3. สถานการณ์ทั่วโลกใน 28 ประเทศ และ 2 เขตบริหารพิเศษ ข้อมูลตั้งแต่ 5 มกราคม – 20 กุมภาพันธ์ 2563 พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อจำนวน 75,751 ราย เสียชีวิต 2,130 ราย ส่วนประเทศจีนพบผู้ป่วย  74,578 ราย เสียชีวิต 2,118 ราย
2. สธ.เผยผู้เดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หากไม่ป่วย กลับบ้านได้
กระทรวงสาธารณสุข เผยกรณีมีข้อกังวลของผู้ที่เดินทางกลับจากพื้นที่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 หากไม่มีไข้ ไอ น้ำมูก อาการไม่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค จะไม่ถูกรับตัวไว้ในโรงพยาบาล แต่ขอแนะนำให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตัวเอง หากป่วย ขอให้รีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง
นายแพทย์โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค พร้อมด้วยนายแพทย์รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่มีประกาศหรือนโยบายห้ามการเดินทางไปพื้นที่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แต่หากจำเป็นต้องไป ขอให้ระมัดระวัง ให้ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำสะอาดกับสบู่ หรือเจลล้างมือ ควรสวมหน้ากากอนามัย เมื่อไปอยู่ในที่คนจำนวนมาก ส่วนข้อกังวลหลังจากเดินทางกลับประเทศไทย ทุกคนจะผ่านการคัดกรอง
ที่สนามบิน ในส่วนผู้ที่ไม่มีไข้ อาการไม่เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค สามารถกลับบ้านไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ขอแนะนำให้เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หากป่วยมีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้รีบพบแพทย์ทันที พร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง ส่วนผู้ที่ตรวจพบว่ามีไข้ ไอ มีน้ำมูก หรือมีอาการเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังโรค ที่ด่านควบคุมโรคจะถูกส่งตัวไปตรวจเพิ่มที่โรงพยาบาล ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเข้มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค ทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก
ขณะนี้ ในประเทศไทยมีผู้ป่วยยืนยันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จำนวน 35 ราย กลับบ้านแล้ว 17 ราย
ยังนอนรักษาที่โรงพยาบาล 18 ราย โดยมีผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 2 ราย ที่สถาบันบำราศนราดูร รายที่ 1 ใช้เครื่องเอคโม (ECMO) หรือเครื่องช่วยพยุงการทำงานของปอด ในวันนี้ อาการดี ทำตามคำสั่งได้ ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้ผลลบ รายที่ 2 ที่ติดเชื้อวัณโรคร่วมด้วย อาการคงที่ โดยทั้ง 2 คน ได้รับยา Favipiravir ครบ 5 วันแล้ว
โดยวันนี้ มีการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้กล่าวยืนยันว่า เราไม่มีการปิดบัง หรือบิดเบือนตัวเลขผู้ติดเชื้อในไทย ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการ ป้องกันและควบคุมโรคที่ดี เป็นที่ยอมรับจากนานาประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่เริ่มคัดกรองทุกสนามบิน แจกบัตรคำแนะนำสุขภาพให้นักท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ และสถานบริการต่าง ๆ และที่สำคัญเรามีบุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัครที่มีความสามารถ ทุ่มเท เสียสละ ขอเชื่อมั่น ให้กำลังใจ และให้ความร่วมมือ
3.ข้อแนะนำประจำวันในการป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ขอความร่วมมือประชาชนปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข หมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอด้วยน้ำ และสบู่ หรือแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ไม่นำมือมาสัมผัสตา จมูก ปาก โดยไม่จำเป็น และปฏิบัติตามคำแนะนำ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” อย่างเคร่งครัด สวมหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่สะอาดเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันจำนวนมาก สำหรับผู้ป่วยและผู้ที่มีอาการ ไอ จาม ควรใช้หน้ากากอนามัยทางการแพทย์เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ สำหรับหน้ากากอนามัยประเภท N95 จะใช้ในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาใกล้ชิดกับผู้ป่วย

Advertisements
Loading...

ส่วนการเพิ่มมาตรการป้องกัน การแพร่ระบาด ขณะนี้ได้ส่งร่างกฎกระทรวงเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ เพื่อพิจารณาประกาศเป็นโรคติดต่ออันตราย คาดว่าคณะกรรมการจะมีมติเห็นชอบ ในวันจันทร์นี้
สำหรับกรณีเรือสำราญไดมอนด์ ปริ๊นเซส ที่จอดเทียบท่าที่โยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น ที่มีคนไทยบนเรือ 25 คน เป็นลูกเรือ 23 คน ผู้โดยสาร 2 คน พบมีการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 บนเรือ 3 คน นพ.โสภณ ยืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อ 2 คน อีก 1คน รอผลตรวจ กระทรวงสาธารณสุขได้มีการประสานกับกระทรวงการต่างประเทศอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ส่วนจะนำกลับประเทศไทยหรือไม่เป็นไปตามมาตรการของญี่ปุ่น
ด้าน นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงนายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ไทยไม่มีนโยบายกักกันผู้โดยสารที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แต่มีการคัดกรองตรวจวัดไข้อย่างเข้มงวด ถ้ามีอาการเข้าข่ายจะนำส่งโรงพยาบาลทันที พร้อมแนะนำให้เฝ้าระวังอาการตนเอง หากป่วยมีไข้ ไอ มีน้ำมูก ให้รีบพบแพทย์ทันที ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุขยังคงเข้มการคัดกรองที่ด่านควบคุมโรค ทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก

ที่มา เพจกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข จส.100

Advertisements
Loading...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

*
*